2007/May/21

เมื่อหลายวันก่อน อยู่ดี ดี ก็นึกถึง ม. เจ
เป็น ม. ที่สอนศิลปะตอนประถม
เเล้วเมื่อวานก็ search หาชื่อของ ม. เจ ใน google
เเปลกมากที่ยังจำชื่อ ม. ได้ดี
เพราะเรียนตั้งเเต่ประถม
เเต่ชื่อครูบางคนตอนเรียนมัธยมยังจำไม่ได้เลย
ตอนที่หา ก็คิดไปว่า
คงไม่เจออะไรหรอก เหมือนทุกๆครั้ง
ที่หาอะไรที่หวังว่าจะเจอมากมาก
เเล้วก็ไม่เจอทุกที เเต่ครั้งนี้ กลับเจอ
เยอะเหมือนกัน ก็ได้รู้ว่า ม. เจ เป็นดีไซเนอร์
ทั้งๆที่ยังไม่ได้คลิกเข้าไปดู
น้ำตาก็ไหลเเล้ว ไม่รู้เพราะอะไร
ข้อมูลที่เจอ มันจะเป็นพวกข่าว
บทสัมภาษณ์ ตั้งเเต่ ปี 47 เเล้ว
เเล้วก็เข้าไปหลายๆลิ้งค์
ยิ่งอ่านยิ่งร้องไห้ ออกจะบ้านิดนึง 555+

ข้อมูล จาก metrolife


3 ยังดีไซน์เนอร์ เผยที่มาไอเดียเด็ด วาดฝัน ผ่านอาภรณ์

ปีนี้นับว่าเป็นปีทองของเหล่าดีไซเนอร์ไทย
เพราะผลงานไม่ว่าจะทั้งดีไซเนอร์มืออาชีพ
หรือยังดีไซเนอร์ ต่างได้นำผลงานของตัวเอง
ไปอวดโฉมให้แก่คนทั่วโลก
ล่าสุดยังดีไซเนอร์ไทย กวาดรางวัลชนะเลิศ
และรองชนะเลิศ กับการประกวดอาภรณ์แห่งศิลป์
หรือ WOW 2004 ที่ ประเทศนิวซีแลนด์
ทั้งนี้ ดีไซเนอร์ไทย 3 คน
ก็คว้ารางวัลสร้างชื่อเสียงให้เมืองไทย
ซึ่งได้แก่ เจ กฤษฎา ทองปาน
คว้ารางวัลชนะเลิศ สาขาชุดเด็ก (Children's section),
ต้อ สีห์ภูมิ ศรีโสภา กับรางวัลชนะเลิศสาขาชุดชั้นในมหัศจรรย์
(Scenic Circles Bizarre Bra)
และ โบว์ วสุภา อัศวสุปรีชา กับรางวัลรองชนะเลิศ
สาขาพื้นผิววัสดุสะท้อนแสง (Reflective Surfaces)

เจ กฤษฎา เจ้าของผลงาน
ท่วงทำนองแห่งฝัน (Mascot of the Child's section)
ด้วยประสบการณ์ในการสอนศิลปะเด็ก
การออกแบบชุดเด็ก และการเป็นเจ้าของแบรนด์ Feat
ของยังไทยแบรนด์ กล่าวว่า
"ผมได้เข้าร่วมการประกวดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2
และปีนี้ก็ดีใจมากที่คว้ารางวัลชนะเลิศมาได้
ผมได้เปรียบตรงที่มีประสบการณ์จากการ
เข้าร่วมแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว
และก็ได้นำประสบการณ์ครั้งนั้น
กับประสบการในการทำงาน มาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้"

ผลงานท่วงทำนองแห่งฝันในครั้งนี้ของเจ
ได้ถ่ายทอดความแก่นซน สีสัน
และธรรมชาติของเด็กออกมาได้อย่างลงตัว
"เจเลือกทำชุดเป็นรูปม้า เพราะเด็กๆ
มักจินตนาการถึงสัตว์ และม้าก็เป็นหนึ่งในสัตว์
ที่เด็กมักจินตนาการถึง
นอกจากนั้นตัวม้าที่เจออกแบบ
ยังถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กๆ
โดยนำภาพวาดของลูกศิษย์
ที่เราเคยสอนนำไปตกแต่งด้วย
เด็กที่เป็นนางแบบยังตื่นเต้น
และสอบถามนู่นนี่ว่า นี่รูปอะไร นั่นรูปอะไร
ซึ่งเหล่านี้เป็นผลงานที่แฝงจินตนาการ
ของเด็กในเชิงศิลปะให้ผู้ชมทุกด้านบนแคทวอล์ก
ได้รับชมทุกมุมมองบนตัวม้า
และยังนำเสนอสีสัน ความสดใสของเด็ก"

สำหรับส่วนที่ยากที่สุดของผลงานชิ้นนี้
เจบอกว่า "การประกวดสาขานี้เขาไม่ได้
มีข้อบังคับสำหรับไอเดียของเรา
แต่มีข้อแม้ว่าชุดที่เข้าประกวด
จะต้องไม่เป็นอันตรายกับเด็ก
ส่วนนั้นผลงานของผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
แต่ส่วนที่ยากที่สุดเห็นจะเป็นช่วงโครงของตัวม้า
ที่นางแบบเด็กต้องใส่ เพราะต้องทำออกมาให้เหมือน
กับเด็กคนนี้เขาขี่ม้าจริงๆ
แม้ความจริงเขาจะเดินตามปกติก็ตาม
ดังนั้นโครงที่ยึดติดกับเอวของเด็ก
ต้องผูกให้แน่น และรัดกุม
นางแบบเดินได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด"

ข้อมูล จาก mfa


อีกผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศ
ประเภทเด็ก (Children) เป็นการออกแบบของ
กฤษฎา ทองปาน กับงานชื่อ
"มาสค็อต ออฟ ไชลด์ส ดรีม (Mascot of Child"s dream)"
กฤษฎากล่าวว่า
แรงบันดาลใจของผลงานการออกแบบชุดนี้
มาจากการที่เราเคยเป็นครูสอนศิลปะ
ให้กับเด็กประถม โรงเรียนดวงมณี ที่อ.ศรีราชา
เวลาสอนมักจะถามเด็กเสมอว่า
โตขึ้นอยากเป็นอะไร
แล้วก็จะนึกไปถึงเด็กที่ด้อยโอกาสว่าเขา
จะมีความฝันเหมือนเด็กปกติหรือเปล่า
ก็เลยเข้าไปศึกษาพบว่าเด็กเหล่านี้
ก็มีความฝันเหมือนกับเด็กทั่วไป
ก็เลยเอาตรงนี้มาใช้ออกแบบ เหมือนกับว่าให้เด็กๆ
วาดความฝันของตัวเองลงไปบนผืนผ้า
แล้วเอาทั้งหมดมาเย็บรวมกัน
ทำเป็นตัวมาสค็อตที่นำความฝันของเด็กๆ ทะยานไป
และคิดว่ามาสค็อตที่จะประคองความฝันของเด็กๆ
ให้กลายเป็นความจริงต้องเป็นม้าเท่านั้น
เพราะมันมีความสนุกสนาน
ร่าเริง สีที่ใช้ก็เน้นสีสันโทนร้อน เพื่อดึงดูด
ส่วนใหญ่จะใช้เศษวัสดุ อย่างเศษผ้า ของเล่นเด็ก"

ข้อมูล จาก sakulthai
ขณะที่ท่วงทำนองแห่งฝันของเจ
เกิดจากความผูกพันกับศิษย์ตัวน้อยๆของเขาเอง

ผมเคยสอนศิลปะเด็ก ก็เลยทำให้มีโอกาส
ได้ใกล้ชิดกับเด็ก และได้เรียนรู้นิสัยใจคอของพวกเค้า
จึงนำความรู้ที่ได้จากตรงนั้นกลับมาคิดว่า
เราน่าจะสร้างความฝันของเด็กเหล่านั้น
ให้เป็นจริงขึ้นมาได้ โดยการคิดแบบขึ้นมาสักอัน
จากนั้นก็ได้สร้างผลงานออกมา
เป็นตัวนำโชคของเด็กช่างฝัน
แต่ก็คิดว่าน่าจะเพิ่มอะไรใส่เข้าไป
ในงานอีกนิดให้มันสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วย
สุดท้ายก็ทำเป็นเด็กขี่ม้า
เพราะคิดว่าม้าน่าจะเป็นสัตว์
ที่แสดงถึงความสนุกสนาน ร่าเริง
ก็เลยร่วมด้วยช่วยกันเป็น
Mascot of a Childs Dream
เพื่อพาความฝันของเด็กๆเหล่านั้น
ไปสู่ความฝันที่เขาได้จินตนาการ


สุดท้ายนี้ดีใจมาก ที่ ม. ยังไม่ลืมเด็กนักเรียนที่เคยสอน
ที่บอกว่า โรงเรียนดวงมณี ที่ อ.ศรีราชา
ม.เป็นครูคนหนึ่งที่รักมากๆ เพราะทำให้ชอบศิลปะ
พาไปประกวดวาดภาพที่ต่างๆ ได้รางวัลมา
จำได้ว่า ตอนที่อยู่ชมรมศิลปะ
เเล้วมีผลงานของนักเรียนวางพักรอสีเเห้งอยู่
เเล้วมีนักเรียนคนอื่น นอกชมรม
ไปยุ่งกับงาน ม.เจ ด่าเเบบกระจาย
ทั้งๆที่ไม่น่าจะถึงขนาดนั้น
มันทำให้คิดว่า ม.ใส่ใจกับงานของเด็กมาก
ตอนนี้งานที่ทำในชมรมของ ม.เจ ก็ยังเก็บอยู่เลย
อยากเจอ ม. เจมากๆ เพราะไม่ได้เจอนานมาก
ครั้งสุดท้ายที่เจอก็ตอนที่ ม. เจ ลาออกไป
เเล้วไปเจอข้างนอกโรงเรียน ที่ร้านเสื้อผ้า

ข้อมูล จาก thaitextile


ภาพบรรยากาศภายในงาน งาน "บทสรุป...สร้างคน สร้างแบรนด์"
เมื่อวันพุธที่ 29 กันยายน 2547 เวลา 18.30 น.
ณ Retro Live Cafe ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

คุณกฤษฎา ทองปาน
ชนะเลิศ WOW 2004 สาขาชุดของเด็ก (Children's section)
ชื่อผลงาน ท่วงทำนองแห่งฝัน
(Mascot of the Child's Dream)

ผลงานของกฤษฎา ทองปาน
เข้าร่วมแข่งขัน งาน

Asian Young Fashion Designer Contest 2003
ชื่อผลงาน : สีสันหนังตะลุง

=.Ps.=

+ อัพยาวมาก ใครอ่านจบคงรักตาย

+ อาจมีบางครั้งต้องห่างไกล เพื่อได้เรียนรู้บางอย่าง

ให้สองคนได้รักกัน

+ มันอึดอัด เวลาที่คิดว่าจะรู้ เเต่ก็ไม่รู้



~ ลังเล - กิ ~

2007/May/05

เมื่อวันพฤหัส ไปลงทะเบียนที่โรงเรียนมา ไปกับเเม่
ลงทะเบียนเสร็จประมาณ 11 โมง เเล้วก็ให้เเม่ไปส่งที่บางเเสน
นัดกะเเพรไว้ เเพรจะไปยืดผม ตอนรอเเพรมานี่ดิ่
พอลงจากรถเเม่ปุ๊บ ฝนก็ตก เเต่ไม่เเรงมาก
ก็เลยเดินไปรอในเเหลมทอง ตอนเดินนี่เเบบ เหมือนถ่ายเอ็มวี
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา 555+

พอเเพรโทรมา ก็เดินไปหา นั่งรอเเพรยืดผม นานโคดโคดดด
หยิบหนังสือมาอ่านเป็นเเปดล้านเล่ม นั่งอ่านไปก็จะหลับ
เพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนเลย นอนไม่หลับ ต้องตื่น 6โมง
เเถมหิวอีก กว่าจะเสร็จก็บ่าย 3 ได้ เเล้วก็ไปเเหลมทอง
ไปกินฮะจิบัง เเล้วก็ดูหนัง สไปเดอร์เเมน 3 หนุกดี
เเต่ในโรง หนาวมากอ่ะ เกือบจะเป็นตะคริวตาย 555+
*ชุมทาง รถไฟผี ใครอยากดูก็ไปดูเหอะ
เเต่ชั้นม่ายเด็ดขาด (เเพรอย่ามาชวน)
เพราะดูไตเติ้ลหนังในโรง เเล้วเเทบกรี๊ด นั่งปิดตา หนาวก็หนาว ..*

สงสัยจะอยากตายเร็วๆอ่ะ เพราะกลับบ้านมา
ตอนเเรกว่าจะเล่นเนตซักเเป๊บนึง เเต่พอเล่นไป
ไม่ง่วงอ่ะ รู้ตัวอีกที ก็ประมานตี 3 ได้เเล้วอ่ะ
รู้สึกว่าร่างกายจะโทรมมาก ปิดเทอมนี่นอนดึก
เเล้วก็นอนทั้งวัน ตื่นอีกทีก็ 6 โมงเย็น
เป็นอย่างนี้เกือบทุกวัน เเต่ก็ต้องปรับตัว
เตรียมตัวเปิดเทอมซะที

" เก็บวันเวลาที่มี เก็บวันเเละคืนที่ดี
เก็บสิ่งเหล่านี้อยู่ในมุมของใจ
ทุกๆอย่างเวลาอาจพาเเละพัดไป
เรื่องบางอย่างกลับไม่เคยจะจากไป "

" ที่จิงก็พอเข้าใจว่าชั้นก็ควรเข้าใจ
เเละเทอก็คงอยากให้ฉันเข้าใจ
ทุกๆอย่างมันคงต้องเดินเเละก้าวไป
เรื่องบางอย่างต้องทิ้งให้มันผ่านไป "

~ รักที่พัดไป - Cookie United ~

..彡☆~ PS.~彡☆..
* อยากให้เปิดเทอมเร็วๆ
* ขี้เกียจไปซะทุกอย่าง เเม้เเต่จะนอน (งั้นก็ตายไปซะเถอะ 555)
* ยังไม่ได้ไปเเฮปปี้เบอร์รี่เลย
* ปล่อยให้เรื่องที่ไม่อยากจำ เป็นเรื่องเมื่อวานที่ผ่านไปเเล้ว
* ขอบคุนที่อ่านจบ


~ เธอทำให้โลกนี้สวยดีไปหมดทุกอย่าง (you make this world so beautiful) - Nadia ~

2007/Apr/18

" ขอบคุณ..ระยะทางที่ทำให้เราต้องห่างไกล

ขอบใจ..เธอเหมือนกัน ที่เธอเลือกจากฉันไปแสนไกล

ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร
ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายกัน
ทำให้ฉันได้รู้..หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว "


" ถ้าไม่สูญเสียบางอย่าง ก็ไม่รู้คุณค่าสิ่งนั้น "

Emotion Town .~

ห่างหายจากบล็อคไปนาน จนคิดว่าจะไม่กลับมาอัพอีกเเล้ว

เเต่วันนี้ก็กลับมา เพราะอะไรก็ไม่รู้ บอกไม่ได้

ความรู้สึกถึงข้อเเตกต่างระหว่างบล็อคกับไดอารี่

คิดว่าบล็อคกับไดอารี่มีข้อเเตกต่างอยู่เหมือนกัน หลังจากที่ได้ไปทำไดอารี่

(ไดอารี่ในที่นี้หมายถึง ของstorythai)

ทำไดก็รู้สึกว่าทุกคนก็เป็นมิตรดี เเต่บางทีก็คิดเหมือนกัน

สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านข้อความที่เราอัพ เเต่มาเม้น

ก็คงจะเพื่อให้ไปเม้นไดของตัวเองบ้าง ก็เลยรู้สึกเกลียดคนเเบบนั้นมากๆ

เเต่ถ้ามาดูบล็อคของexteen คนที่มาเม้น ก็มักจะอ่าน เเล้วค่อยเม้น

ทำให้รู้สึกดีมากกว่า ทำบล็อคเเล้วสบายใจกว่าทำได

"นี่ก็เเค่ความรู้สึกเท่านั้นนะ ไม่ได้นึกถึงความเป็นจิงหรอก

ก็เเล้วเเต่ว่าความคิดของเเต่ละคนจะเป็นยังไง"

~. postscript .~

+ ดีใจที่ได้กลับมาทำบล็อคอีก

+ ขอบคุณพี่น้ามสำหรับ html บล็อคไม่งั้นวันนี้ก็คงไม่มีบล็อคหน้านี้

+ สงกรานไม่ได้ไปไหนเลย ไม่ได้เล่นน้ำ อยู่เเต่บ้าน

+ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจบ

+ ขอบคุณสำหรับคอมเม้น ดี ดี


ฉันยังคงเดิม





edit @ 2007/04/19 19:31:25